Home ธรรมะ กตัญญู ยิ่งให้ยิ่งได้ คำสอนหลวงพ่อจรัญ

กตัญญู ยิ่งให้ยิ่งได้ คำสอนหลวงพ่อจรัญ

4 second read
0
0
861

“จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น” คือ ข้อความสุดท้ายใน ส.ค.ส.2559 ที่พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม เขียนไว้ก่อนที่ท่านจะละสังขารในเช้าวันที่ 25 มกราคม 2559 ด้วยโรคปอดอักเสบ สิริรวมอายุได้ 87 ปี 5 เดือน 10 วัน

คนที่เคยได้ยินชื่อเสียงของหลวงพ่อจรัญ จะรู้ว่านอกจากท่านจะเคยเป็นอดีตเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีแล้ว หลวงพ่อจรัญยังเป็นพระนักปฏิบัติ นักเทศน์ นักสอน ที่มีลีลาการสอนธรรมะที่ลึกซึ้งแต่เรียบง่าย ทำให้ไม่น่าเบื่อ

คำสอนของหลวงพ่อจรัญใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายๆ มีเหตุมีผล เช่น

“ความถูกใจเป็นกิเลส ความถูกต้องเป็นคุณธรรม”

“ถ้ามีธรรมะ บุญมาเอง”

“สร้างบุญใช้สติ ไม่ต้องใช้สตางค์ พวกเราหาแต่สตางค์ ไม่หาสติกันเลย”

 

ด้วยเหตุนี้ในแต่ละวันจึงมีผู้เดินทางไปกราบสักการะหลวงพ่อเป็นจำนวนมาก ยิ่งถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันสำคัญๆของวัดอัมพวันด้วยแล้ว จะมีผู้คนไม่ต่ำกว่า 3-4 พันคนเดินทางไปทำบุญและกราบสักการะหลวงพ่อตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา…แต่ถ้าใครเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อจรัญจริงๆแล้ว จะรู้ว่าคุณธรรมที่หลวงพ่อเน้นย้ำเสมอ นอกจากเรื่องของ “การให้” แล้ว ท่านยังเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความกตัญญูที่ไม่ใช่แค่สอน แต่ท่านได้ปฏิบัติให้เห็น ทำให้ดูเป็นตัวอย่างมาโดยตลอด

เรื่องนี้ ชินวัฒก์ รัตนเสถียร หนึ่งในลูกศิษย์หลวงพ่อจรัญ บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ “อนุสาสนีปาฏิหาริย์” ว่า “พระเดชพระคุณหลวงพ่อถือปฏิบัติเคร่งครัดมากในเรื่องนี้ อย่างเช่น ทุกวันที่ 15 เมษายน ถือเป็นวัน กตัญญู หลวงพ่อจะบำเพ็ญกุศลโดยมีโยมมารดาของท่านมาเป็นประธาน อุทิศถวายแด่อดีตเจ้าอาวาสที่เคยครองวัดอัมพวัน และยังแจกทานแก่ผู้สูงอายุจำนวนมาก”

ซึ่งถ้าใครได้เคยไปร่วมงานวันกตัญญูในช่วง 10 กว่าปีก่อนหน้า ที่โยมแม่ของท่าน คือ คุณย่าเจิม จรรยารักษ์ ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะได้มีโอกาสเห็นภาพหลวงพ่อจรัญก้มลงกราบล้างเท้าให้โยมแม่ อย่างที่หลายคนเห็นแล้วเกิดปีติจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

หลวงพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า ไปธุระแถวบางระจันก็เลยแวะเยี่ยมโยมหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นอัมพาต ช่วยตัวเองไม่ได้ เหม็นอุจจาระมาก ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรเลย สักพักหนึ่งมีรถบีเอ็มดับบลิววิ่งเข้ามาจอดที่บ้าน ในรถมีคนห้าคน ทั้งหมดขึ้นมาบนบ้าน หลวงพ่อถามว่าหนูเป็นใคร เขาบอกว่าเป็นลูก เรียนปริญญาโทจุฬา จะไปเผาศพญาติของเพื่อนที่อยุธยา เลยแวะมาหาแม่เพื่อจะมาบอกว่า เดือนหน้าขอเงินสี่หมื่นไปพิมพ์วิทยานิพนธ์ หลวงพ่อบอกว่า ไหนๆ มาแล้วช่วยซักผ้าให้แม่หน่อย อุจจาระเต็มไปหมด แม่ยังไม่ได้ทานข้าวเลย นี่แม่ของเธอนะ ถ้าเป็นแม่ของหลวงพ่อจะซักให้เดี๋ยวนี้เลย มีวินัยอนุญาตให้ทำได้ แม่ร้องไห้โฮเลย และบอกหลวงพ่อว่า ลูกคนนี้หมดนาไป 4-5 แปลงแล้ว จะมาเอาอีกแปลงหนึ่ง รถบีเอ็มนี้ก็ยังส่งไม่หมด เมื่อย้อนดูตัวแม่ ปรากฏว่าตนเองไม่เคยซักผ้าให้แม่ และแม่ก็เป็นอัมพาตไม่เคยอยู่ปฏิบัติแม่ เพียงไปเยี่ยม
แล้วก็กลับ พอมาถึงตัวเองก็เป็นอย่างนี้แหละหนอ…นี่เป็นกฎแห่งกรรม

เรื่องความกตัญญูนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ความกตัญญูต่อพ่อแม่เท่านั้น แต่เป็นความกตัญญูต่อสิ่งที่มีบุญคุณ มีพระคุณทุกอย่าง ซึ่งหลวงพ่อจรัญท่านประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างให้เห็นมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน

วันแรกของการเข้าพรรษา ท่านจะพาพระสงฆ์ทั้งหมดไปกราบนมัสการพระเถรานุเถระในเขตจังหวัดสิงห์บุรี ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และ ล่วงลับไปแล้ว เพื่อเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอันมาก

นอกจากนี้ ในช่วงที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังทรงพระชนม์อยู่ ทุกวันคล้ายวันประสูติของท่านหลวงพ่อจะพาคณะเข้าเฝ้าถวายพระพรเป็นประจำทุกปีมิได้ขาด ตั้งแต่พระองค์ยังเป็นพระราชาคณะธรรมดา

ภาพที่หลวงพ่อก้มกราบรูปสมเด็จพระสังฆราชทุกครั้งที่ท่านขึ้นบนอาสนะที่ศาลาสุธรรมภาวนา ทั้งก่อนเข้าไปนั่งและหลังจากเสร็จพิธีการแล้ว เป็นภาพที่เห็นแล้วประทับใจ เป็นการแสดงความเคารพ และ ปฏิบัติบูชาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังที่งดงามที่สุด

และทุกวันที่ 14 มกราคมของทุกปี หลวงพ่อจะจัดงานบำเพ็ญกุศลต่อพระแม่ธรณี เรียกว่า วันกตัญญูต่อผืนแผ่นดินไทย ทุกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันตายของโยมแม่ ท่านจะจัดงานทำบุญใหญ่ทุกปี วันที่ 23 ตุลาคม จะบำเพ็ญส่วนกุศลอุทิศถวายแด่บูรพมหากษัตริย์ อาทิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตาก (สิน) มหาราช สมเด็จพระปิยมหาราช

และที่สำคัญที่สุด คือ ทุกวันที่ 5 ธันวาคม จะสวด “ธรรมจักร” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ทำให้เห็นว่าปฏิปทาอันงดงามของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ในเรื่องความกตัญญูนั้นไม่เคยบกพร่อง…

พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะพูดเสมอว่า “ใครให้น้ำเราแก้วเดียว เราก็ไม่เคยลืม” ดังเราจะเห็นว่าทุกท่านที่เคยมีบุญคุณกับหลวงพ่อมาแต่ครั้งไหนก็ตามตกมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของผู้นั้น หลวงพ่อก็ยังระลึกถึงบุญคุณ และเอื้ออาทรต่อลูกหลานของท่านผู้นั้นเสมอ ไม่ว่ารุ่นลูกหลานจะแสดงกิริยามารยาทขัดความรู้สึกสักเพียงใดก็ตามอีกเรื่องหนึ่งที่หลวงพ่อจรัญจะสอนลูกศิษย์ลูกหาของท่านอยู่เป็นประจำ คือ “ยิ่งให้ ยิ่งได้”พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะพูดอยู่เสมอว่า “เรามีแต่ให้กับช่วยเราไม่ต้องการเบียดเบียนใคร” ที่วัดอัมพวันจึงมีอาหารเลี้ยงฟรีตลอด 24 ชั่วโมง มีกับข้าวหลายอย่าง ซึ่งหลวงพ่อปฏิบัติเช่นนี้มานานนับสิบๆปี ตั้งแต่ท่านยังเป็นพระหนุ่ม สมัยก่อนยังไม่มีโรงครัวใหญ่โต ใครมาวัด ท่านก็ให้แม่ครัวทำอาหารเลี้ยง เมื่อผู้คนมากขึ้นๆก็ขยับขยายเป็นโรงทานอย่างที่เห็นในปัจจุบัน และถ้าใครมีโอกาสไปกราบท่าน หลังจากเข้าสักการะพระเดชพระคุณแล้ว ท่านมักจะบอกว่า “ไปกินข้าวนะ กินข้าววัดเราแล้วรวย” บางครั้งก็พูดติดตลกว่า “ข้าววัดเราเขาไม่ค่อยอยากกินกันหรอก เขาอยากไปกินกุ้งวัดตราชูโน่น”

“ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งหด หมดไม่มา เราไม่หวงเราไม่อด หมดก็มาเรื่อยๆ” คำสอนที่ปฏิบัติเป็นกิจวัตร ทำให้ในแต่ละวันแต่ละคืนหลวงพ่อต้องตรากตรำงานหนัก ทั้งรับญาติโยมที่มาทำบุญ ดูแลวัดในฐานะเจ้าอาวาส รับผิดชอบกิจการในวัดโดยเฉพาะภาระค่าใช้จ่าย ค่าอาหารเดือนละประมาณ 700,000 บาท ค่าไฟฟ้าประมาณเดือนละ 200,000 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน จังหวัดขอนแก่น และอื่นๆอีกจิปาถะ

แต่…หลวงพ่อก็ไม่เคยบอกบุญ เรี่ยไรใครเลย

ก่อนเข้ารับการรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลศิริราชในวันที่ 20 ธันวาคม 2558 หลวงพ่อได้เตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้พร้อม เหมือนจะรู้ว่าท่านจะละสังขาร ตั้งแต่การเซ็นเช็คจำนวน 50 ล้านบาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ของโรงพยาบาลศิริราชในวันที่ 16 ธันวาคม 2558

เตรียม ส.ค.ส.ปีใหม่เขียนด้วยลายมือ สอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว มีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท รวมทั้งคำอวยพรปีใหม่ ที่ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยเริ่มชีวิตใหม่ สร้างสรรค์ความสำเร็จใหม่ ประสบโชคประสบชัยใหม่ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท….ทั้งยังอัดเสียงคำให้พรไว้เรียบร้อย

เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายก่อนละสังขาร มรณภาพอย่างสงบ ของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม…

ขอบคุณข้อมูลจาก : ไทยรัฐ

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By เพจนี้ มีให้แชร์
Load More In ธรรมะ

Check Also

วีรสตรีไทยที่ทั้งโลกต่างนับถือ….แต่คนไทยไม่เคยรู้ แม้แต่ “บิวเกตส์” ยังทำคลิปยกย่อง

เมื่อสักประมาณ 9 ปีที่แล้ว ไทยมีปัญหากับอเมริกาเรื่องสิ … …