Home สุขภาพ เป็นกรดไหลย้อนบ่อยต้องอ่าน!! แจกสูตรน้ำต้มใบกะเพรา แก้อาการกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ

เป็นกรดไหลย้อนบ่อยต้องอ่าน!! แจกสูตรน้ำต้มใบกะเพรา แก้อาการกรดไหลย้อน ท้องอืด ท้องเฟ้อ

3 min read
0
0
746

กระเพรา เป็นพืชสมุนไพร พื้นบ้านของไทย ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะใบกระเพรานั้น เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ของอาหารคาว หลากหลายชนิด และคนส่วนมากจะรู้จักเฉพาะ กระเพราขาว ที่นิยมนำมาเป็น ส่วนประกอบใน การปรุงอาหารคาว แต่นอกจาก กระเพราะขาวแล้ว ยังมีกระเพราแดง ซึ่งจะมีความฉุนมากกว่า กระเพราขาว อีกทั้งแพทย์แผนโบราณ ก็มักจะนำ กระเพาแดง มาทำเป็นยา เนื่องจาก กระเพราแดงนั้น มีสรรพคุณทางยา คือ จะช่วยขับลม และช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วยปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยเร่งการย่อยอาหาร ได้ผลดีเยี่ยมกับคนที่เป็นโรคในลำไส้เล็ก เช่น จุกเสียดในลำไส้เล็ก (โรคนี้เวลาเป็นเหมือนถูกแทงด้วยหลาว นั่งอยู่ดีๆก็เจ็บเหมือนถูกแทง หรือถูกต่อย) น้ำกะเพราเหมาะสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อนที่มีอาการท้องอืดร่วมด้วยเป็นประจำ

วิธีการทำเครื่องดื่ม น้ำกระเพราแดง
1. นำกะเพรา 1 กำ (ทั้งลำต้นและใบ) ประมาณ 1 ขีด มาล้างให้สะอาด
2. ใส่น้ำ 2 ลิตรลงในหม้อ นำกะเพราใส่ลงไปทั้งหมด ทั้งลำต้นและใบ
3. ปิดฝาหม้อ ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นปรับไฟอ่อนๆ ประมาณ 20 นาที
4. ดื่มหลังอาหาร 1 แก้ว 250 ml
5. ถ้าน้ำกะเพราเย็นลง หรือ ดื่มไม่หมด ไม่ต้องอุ่นหรือต้มซ้ำ ให้แช่เย็นไว้ดื่ม เพื่อไว้ดื่มได้หลายๆวัน

จำไว้ว่า กะเพราเป็นสมุนไพรธาตุร้อน ถ้าดื่มน้ำกะเพราไปแล้วเกิดอาการร้อนใน ให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง อาการหนักประมาณ 6 – 8 แก้ว และหลังจากวันแรกที่ดื่ม ถ้าอาการทุเลาให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง ดื่มเฉพาะหลังอาหาร มื้อละ 1 – 2 แก้ว แต่ไม่ควรเกิน 4 แก้วต่อวัน ยาสมุนไพรไทย ใช้เวลารักษานานถึงจะหาย ต้องกินเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องทานยาเคมีสังเคราะห์เข้าช่วยเลย

 

โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคยอดฮิตของหนุ่มสาววัยทำงาน ดารานักแสดง โดยเฉพาะสาวออฟฟิศ ที่ชอบกินจุบกินจิบ กินอาหารไม่เป็นเวลาและเร่งรีบ รวมถึงผู้ชอบอาหารรสจัด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ทานอาหารแล้วนอนทันที มีโอกาสเสี่ยงสูง หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่แล้วลามขึ้นมาที่หน้าอกหรือคอ ควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ ยังสามารถพบกรดไหลย้อน ได้ในเด็กทารกจนถึงเด็กโต ในเด็กเล็กอาการที่ควรนึกถึงโรค กรดไหลย้อน ได้แก่ อาเจียนบ่อยหลังดูดนม โลหิตจาง น้ำหนักและการเจริญเติบโตไม่สมวัย ไอเรื้อรัง หอบหืด ปอดอักเสบเรื้อรัง ในเด็กบางรายอาจมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับได้

วิธีการรักษาโรค กรดไหลย้อน

โรค กรดไหลย้อน สามารถรักษาให้หายได้ โดยการรับประทานยากลุ่มยาลดกรด แต่ถ้ามีอาการมาก และเรื้อรังควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และรับยาที่ตรงกับโรค ในบางรายที่อาการหนักอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด ดังนั้นหากมีอาการควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการ ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต จะให้ผลดีมากเช่นกัน ซึ่งผู้ป่วย กรดไหลย้อน ควรปฏิบัติดังนี้

1 . ผู้ที่มีน้ำหนักเกินควรลดน้ำหนัก เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูงทำให้ กรดไหลย้อน ได้มาก

2. กินแล้วไม่นอนทันที ควรกินอาหารมื้อสุดท้ายก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรลองเขยิบเวลาทานอาหารให้เร็วขึ้นคราวละ 1 ชั่วโมง เช่น เลื่อนจาก 18.00 น. เป็น 17.00 น. ฯลฯ เพื่อให้กระเพาะอาหารได้ย่อยทันก่อนถึงเวลาเข้านอน

3. หลังทานอาหารเสร็จ ถ้าเป็นไปได้ ให้เดินเล่น หรือเดินแกว่งแขนสัก 20-30 นาที อย่าเพิ่งนั่งหรือนอน

4. งดบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดกรดมาก ทำให้หูรูดอ่อนแอ

5. ใส่เสื้อหลวม ๆ และไม่ควรใส่เข็มขัดที่รัดแน่นเกินไป เพื่อลดแรงกดที่กระเพาะ เพราะการสวมเสื้อผ้ารัดแน่นอาจเป็นการกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดออกมามาก

6. ไม่ควรจะนอนออกกำลังกาย หรือยกของหนักหลังออกกำลังกาย

7. กินอาหารให้ตรงเวลา เคี้ยวให้ละเอียด และไม่ควรงดอาหารมื้อเช้า

8. งดอาหารมัน ๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหอมหัวใหญ่ดิบ กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ สะระแหน่ รวมทั้งอาหารที่มีรสเผ็ด เปรี้ยว และเค็มจัด เพราะมีแก๊สมาก รวมทั้งไม่ควรเติมน้ำส้มสายชูลงในอาหาร เพราะยิ่งจะเพิ่มกรดในกระเพาะอาหาร ควรเปลี่ยนมาทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เช่น เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ อย่างปลา ไก่ และอาหารที่มีเส้นใยมาก ๆ เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้

9. ไม่ควรดื่มนมตอนท้องว่าง เพราะนมเป็นอาหารที่ค่อนข้างย่อยยาก กระเพาะจึงต้องหลั่งกรดออกมามากเป็นพิเศษ

10. รับประทานอาหารแค่พออิ่ม หรืออาจแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก ๆ ทานน้อย แต่บ่อย

11. หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ สุรา โซดา เนื่องจากมีแก๊สที่ทำให้ปริมาตรกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น จะไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารเปิดออกและปล่อยให้กรดจากกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหารได้สะดวกขึ้น

12. ไม่เคี้ยวหมากฝรั่งมากเกินไป เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งมีส่วนเพิ่มการหลั่งน้ำลาย ทำให้กลืนน้ำลายลงไปมากขึ้น และเพิ่มการกลืนลมลงไปในท้อง

13. เลี่ยงการนอนตะแคงขวา เพราะท่านี้จะทำให้กระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหารอาจทำให้อาการกำเริบได้

14. นอนยกหัวให้สูงประมาณ 6-10 นิ้ว โดยอาจนอนบนหมอน 2 ใบ เพื่อไม่ให้กรดไหลเอ่อขึ้นมาที่คอ

15. หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

แม้จะมีวิธีรักษากรดไหลย้อน หรือรู้วิธีช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนแล้วก็ตาม แต่หากยังคงปฏิบัติหรือใช้วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง กรดไหลย้อนก็จะยังคงย้อนวนเวียนกลับมาเหมือนเดิมนั่นเอง !! สูตรนี้ได้มาจาก นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์

ขอบคุณข้อมูลจาก : kasetkawna.com, เพจชมรมแพทย์แผนไทย อ.แก่งกระจาน

———-

บทความที่ได้จัดทำขึ้นมานั้น มีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ สาระ ความบันเทิง เรื่องราวกระแสโซเชียวที่มาแรงในขณะนั้น และความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณประกอบในการอ่าน หากมีบทความใดให้ข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ได้อ้างอิงข้อมูล ทางผู้จัดทำขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย สามารถติดต่อเพื่อแก้ไขหรือขอให้ลบบทความได้ที่เพจ : เพจนี้ มีให้แชร์

Facebook Comments
Loading...
Load More Related Articles
Load More By เพจนี้ มีให้แชร์
Load More In สุขภาพ

Check Also

UCEP คำนี้ควรจำไว้!! เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิรักษาไม่เสียค่าใช้จ่าย

วันนี้ outcaststyle ขอทำเสนอเรื่องสำคัญที่ เชื่อว่าหลาย … …