Home ธรรมะ ” สวดมนต์ ” ลดกรรม ทำให้ “รวย” ทรัพย์สินและจิตใจ บทสวดมนต์ก่อนนั่งสมาธิและก่อนนอน

” สวดมนต์ ” ลดกรรม ทำให้ “รวย” ทรัพย์สินและจิตใจ บทสวดมนต์ก่อนนั่งสมาธิและก่อนนอน

52 second read
0
0
305

การสวดมนต์ภาวนาเป็นการสร้างบุญที่ได้อานิสงส์สูง เพราะจิตใจจะสงบตั้งอยู่ได้นาน ทำให้เกิดฌาณจิตวิญญาณรวมทั้งสิ่งที่มองไม่เห็นจะได้มาร่วมอนุโมทนาบุญ และเป็นการแผ่เมตตาจิต มิตรไมตรีให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นการรวมจิตให้สงบนิ่งก่อนทำสมาธิวิปัสสนาต่อไป

” สวดมนต์-ภาวนา-สมาทานศีล-ขอและให้อโหสิกรรมแผ่เมตตา-อุทิศบุญ พลิกได้ทุกวิกฤตชีวิต เปลี่ยนโชคชะตาจากร้ายให้กลายเป็นดี ทำให้ที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งดียิ่งๆ ขึ้นไป..”

สวดมนต์ ปลุกญาน เกิดฌาน คนสวดมนต์บ่อยๆ หากทำประจำ จนเป็นนิสัย รับรองได้ว่า…ชีวิตจะไม่มีทางล้มเหลว เขาจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา จะเจอคนดี สม่ำเสมอ สามารถคว้าโอกาสที่ดีได้ทันท่วงทีทุกครั้ง เขาจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะจิตเขานิ่งจนเกิดพลังสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ออกไปเชื่อมโยงกับข้อมูลดีดีที่มีอยู่ในจักรวาล ในคลื่นความถี่นั้นจะมีฌานรู้พุ่งออกไปพร้อมๆ กัน

คนที่จิตนิ่ง ลางสังหรณ์จะแม่นยำ ตัดสินใจทำอะไรย่อมไม่มีวันล้มเหลว การสวดมนต์เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้จิตนิ่งและมีพลัง ขณะกำลังสวดมนต์ พลังสั่นสะเทือนของเสียงที่เปล่งออกมา จะกระทบกับประสาทของเรา สามารถเปลี่ยนอารมณ์ให้สงบและเกิดความศรัทธา ทำให้ฌานรู้ในตัวตนตื่นขึ้นมา

( การบริกรรม คือการปลุกจิตใต้สำนึกนั้นเอง )

นอกจากนี้พลังแห่งเสียงสวดมนต์ ยังทำให้เซลล์ร่างกายส่วนต่างๆ ตื่นตัว มีชีวิตชีวา ยังส่งผลให้ผู้สวดมีผิวพรรณสดใส อ่อนเยาว์ ดูเปล่งปลั่งเราจะสังเกตเห็นได้ไม่ยากว่า คนสวดมนต์บ่อยๆ หน้าจะเด็กกว่าอายุจริง ยิ่งสวดมนต์มากเท่าใด ผลลัพธ์ที่ว่ายิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

(ไม่จำเป็นต้องเตือนว่า โปรดใช้วิจารณญาณในการเชื่อ เพราะคนไม่เคนเห็นพลังของมนตรา ไม่เคยเชื่ออยู่แล้วแต่คนที่สวดมนต์เป็นประจำ จะไม่มีความคลางแคลงสงสัยใดใดเลย)

การสวดมนต์เปล่งเสียงดังๆ จะก่อให้เกิดญาณรู้ หรือทำให้จิตเป็นสมาธิถึงระดับฌานได้อย่างไร? วิธีที่ดีสุด เพื่อให้ได้คำตอบชัดเจนถูกต้องที่สุดคือ “การฝึกด้วยตนเอง” ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียเวลาเปล่า เพียงแค่..นั่งสวดมนต์แล้วจิตไม่เป็นสมาธิ ไม่ทำให้คุณขาดทุนหรอก แต่หากคุณมีศรัทธาเต็มหัวใจ คุณจะเห็นด้วยตนเองว่า… หลังจากคุณสวดมนต์ด้วยน้ำเสียงกังวาน เมื่อผ่านไปพักใหญ่ ให้คุณลองนั่งสมาธิดู คุณจะพบว่าจิตจะเป็นสมาธิเร็วมากความจริงแล้ว…อะไรๆ ก็ไม่สำคัญเท่าจิตเป็นสมาธิ เขาเรียกว่า จิตเตรียมพร้อมที่จะทำงาน

การสวดมนต์นานๆ ทำบ่อยๆ นับเป็นการจูงจิตที่ดีวิธีหนึ่ง เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจดจ่ออยู่กับถ้อยคำมนตรา พลังงานแห่งการท่องมนต์ ก็จะก่อรูปร่างอันแข็งแกร่ง แม้เรามองไม่เห็น แต่มันมีอยู่จริง จิตที่จดจ่ออยู่กับการสวดมนต์ เป็นจิตที่มีสมาธิอยู่ในตัวเอง เมื่อสมาธินิ่งเป็นจุดเดียว..ผลก็คือ จิต หรือ ความคิด ย่อมมีฤทธิ์แน่นอนกล่าวคือ จิตที่มีฤทธิ์ ย่อมก่อให้เกิดสติปัญญาที่ไร้ขอบเขต จะทำการงานสิ่งใดก็คิดหนทางที่พิเศษกว่าใครๆออกก่อนเสมอ ไม่มีอะไรมาขัดขวางคนที่มีดวงจิตเป็นสมาธิได้

 

การสวดมนต์มีอานิสงส์มากมายมีอานุภาพแห่งพลังบุญบริสุทธิ์สวดเองก็ได้อานิสงส์บุญยิ่งใหญ่พระพุทธองค์จึงสอนว่า..

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพํ รสํ ธมฺมรโส ชินาติ

สพฺพํ รตึ ธมฺมรตี ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชนาติ

” การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง

รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง

ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง “

 

บทสวดมนต์ก่อนนั่งสมาธิและก่อนนอน

อิมินา   สักกาเรนะ   พุทธัง   อะภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ   ธัมมัง   อะภิปูชะยามิ

อิมินา   สักกาเรนะ   สังฆัง   อะภิปูชะยามิ

 

อะระหัง  สัมมา  สัมพุทโธ  ภะคะวา

พุทธัง  ภะคะวันตัง  อภิวาเทมิ(กราบ)

สะวากขาโต  ภะคะวะตา  ธัมโม

ธัมมัง  นะมัสสามิ(กราบ)

สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ

สังฆัง  นะมามิ(กราบ)

 

สะรัชชัง  สะเสนัง  สะพันธุง  นะรินทัง

ปะริตตานุภาโว  สะทา  รักขะตูติ  ผะริตวานะ

เมตตัง  สะเมตตา  ภะทันตา  อะวิกขิตตะจิตตา

ปะริตตัง  ภะณันตุ

สัคเค  กาเม  จะรูเป  คิริสิขะระตะเฏ

จันตะลิกเข  วิมาเน  ทีเป  รัฏเฐ  จะ

คาเม  ตะรุวะนะคะหะเน  เคหะ

วัตถุมหิ  เขตเต  ภุมมา  จายันตุ  เทวา

ชะละถะละ  วิสะเม  ยักขะคันธัพพะนาคา

ติฏฐันตา  สันติเกยัง  มุนิวะระวะ  จะนัง

สาธะโว  เม  สุณันตุ

ธัมมัสสะวะ  นะกาโล  อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะ  นะกาโล  อะยัมภะทันตา

ธัมมัสสะวะ  นะกาโล  อะยัมภะทันตา

 

นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมา  สัมพุทธัสสะ (3 จบ)

 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต

อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต

อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ

หากข้าพระพุทธเจ้า ได้เคยประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย

อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์

พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี

ด้วยทางกายก็ดี หรือวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี และมีเจตนาก็ดี ไม่มีเจตนาก็ดี

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ขอองค์สมเด็จพระสัมมรสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์

พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย

และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดอดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ

 

มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง  รักขะณัตถายะ

ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะฯ

ทุติยัมปิ  มะยัง  ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ

ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะฯ

ตะติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง  รักขะณัตถายะ

ติสะระเณนะ  สะหะ ปัญจะ สีลานิ  ยาจามะฯ

 

พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ

สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

 

ทุติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ทุติยัมปิ  ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ทุติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

 

ตะติยัมปิ  พุทธัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ตะติยัมปิ  ธัมมัง  สะระณัง  คัจฉามิ

ตะติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง  คัจฉามิ

 

ปาณาติปาตา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ

อะทินนาทานา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ

กาเมสุมิจฉาจารา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ

มุสาวาทา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ

สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ

 

อิติปิโส  ภะคะวา  อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน  สุคะโตโลกะวิทู

อะนุตตะโร  ปุริสะทัมมะสาระถิ

สัตถาเทวะมะนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติ

 

สวากขาโต  ภะคะวาตา  ธัมโม

สันทิฏฐิโก  อะกาลิโก  เอหิปัสสิโก

โอปะนะยิโก  ปัจจัตตัง  เวทิตัพโพ  วิญญูหีติ

 

สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ

อุชุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ

สามีจิปะฏิปันฺโน ภะคะวะโต สาวะกะสังฺโฆ

ยะทิทัง  จัตตาริ  ปุริสะยุคานิ  อัฏฐะปุริสะ  ปุคคะลา

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย  ปาหุเนยโย  ทักขิเณยโย

อัญชะลีกะระณีโย  อะนุตตะรัง  ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

 

* นะโม ๓ จบ *

พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

มาราติเร กะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

กัตตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา

จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะยะกายะมัชเฌ

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกาวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ

 

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฉฐะคาถา โย

วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ

โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

 

มะหาการุณิโก  นาโถ  หิตายะ  สัพพะปาณินัง

ปูเรตวา    ปาระมี  สัพพา  ปัตโต  สัมโพธิมุตตะมัง

เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ  โหตุ  เต  ชะยะมังคะลังฯ

 

ชะยันโต  โพธิยา  มูเล  สักยานัง  นันทิวัฑฒะโน

เอวัง    ตวัง  วิชะโย  โหหิ  ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล

อะปะราชิตะปัลลังเก  สีเส  ปะฐะวิโปกขะเร  อะภิเสเก

สัพพะ  พุทธานัง  อัคคัปปัตโต  ปะโมทะติฯ

สุนักขัตตัง  สุมังคะลัง  สุปะภาตัง  สุหุฏฐิตัง

สุขะโณ สุมุหุตโต จะ  สุยิฏฐัง พรัหมะ จาริสุ

ปะทักขิณัง  กายะกัมมัง  วาจากัมมัง

ปะทักขิณัง  ปะทักขิณัง  มะโนกัมมัง

ปะณิธีเต  ปะทักขิณา  ปะทักขิณานิ

กัตวานะ  ละภันตัตเถ  ปะทักขิเณฯ

 

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

 

* นะโม ๓ จบ *  

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง  ธะนะกาโมละเภธะนัง

อัตถิกาเยกายะญายะ  เทวานังปิยะตังสุตตะวา

อิติปิโสภะคะวา  ยะมะราชาโน  ท้าวเวสสุวัณโณ

มรณังสุขัง  อะระหังสุคะโต  นะโมพุทธายะ

 

ชะยา  สะนา  กะตา  พุทธา  เชตะวา  มารัง  สะวา  หะนัง

จะตุ  สัจจา  สะภัง  ระสัง  เย  ปิวิงสุ  นะรา  สะภา.

 

ตัณหังกะราทะโย  พุทธา  อัฏฐะวีสะติ  นา  ยะกา

สัพเพ  ปะติฏฐิตา  มัยหัง  มัตถะเก  เต  มุนิส  สะรา.

 

สีเส  ปะติฏฐิโต  มัยหัง  พุทโธ  ธัมโม  ทะวิโล  จะเน

สังโฆ  ปะติฏฐิโต  มัยหัง  อุเร  สัพพะคุณา  กะโร.

 

หะทะเย  เม  อะนุรุทโธ  สารีปุตโต  จะทักขิเณ

โกณฑัญโญ  ปิฏฐิภา  คัสสะมิง  โมคคัลลาโน  จะวา  มะเก.

 

ทักขิเณ  สะวะเน  มัยหัง  อาสุง  อานันทะราหุโล

กัสสะโป  จะมะหา  นาโม  อุภาสุง  วามะโส  ตะเก.

 

เกสะโต  ปิฏฐิภา  คัสสะมิง  สุริโย  วะ  ปะภัง  กะโร

นิสินโน  สิริสัม  ปันโน  โสภีโต  มุนิปุง  คะโว

 

กุมาระกัสสะโป  เถโร  มะเหสี  จิตตะวา  ทะโก

โส  มัยหัง  วะทะเน  นิจจัง  ปะติฏฐาสิ  คุณา  กะโร.

 

ปุณโณ  อังคุลิมาโร  จะ  อุปาลี  นันทะ  สีวะลี

เถรา  ปัญจะอิเม  ชาตา  นะลาเต  ติละกา  มะมะ.

 

เสสา  สีติ  มะหาเถรา  วิชิตา  ชินะสา  วะกา

เอเตสีติ  มะหาเถรา  ชิตะวันโต  ชิโน  ระสา

ชะลันตา  สีละเต  เชนะ  อังคะมังเค  สุสัณ  ฐิตา.

 

ระตะนัง  ปุระโต  อาสิ  ทักขิเณ  เมตตะสุต  ตะกัง

ธะชัคคัง  ปัจฉะโต  อาสิ  วาเม  อังคุลิมา  ละกัง

 

ขันธะโม  ระปะริตตัญ  จะ  อาฏานาฏิยะสุต  ตะกัง

อากาเส  ฉะทะนัง  อาสิ  เสสา  ปาการะ  สัณฐิตา

 

ชินานา  นาวะระสัง  ยุตตา  สัตตัปปาการะลัง  กะตา

วาตะปิตตาทิสัญ  ชาตา  พาหิรัช  ฌัตตุปัท  ทะวา.

 

อะเสสา  วินะยัง  ยันตุ  อะนันตะ  ชินะเต  ชะสา

วะสะโต  เม  สะกิจเจ  นะ  สะทา  สัมพุทธะปัญชะเร.

 

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ  วิหะรันตัง  มะฮี  ตะเล

สะทา  ปาเลนตุมัง  สัพเพ  เต  มะหาปุริสา  สะภา.

 

อิจเจวะมันโต  สุคุตโต  สุรักโข

ชินานุภาเวนะ  ชิตุปัททะโว

ธัมมานุภาเวนะ  ชิตาริสังโฆ

สังฆานุภาเวนะ  ชิตันตะราโย

สัทธัมมานุภาวะปาลิโต  จะรามิ  ชินะ  ปัญชะเรติฯ

 

อิติปิ  โส  ภะคะวา  อะระหัง  สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน  สุคะโต  โลกะวิทู

อะนุตตะโร  ปุริสสะทัมมะสาระถิ

สัตถา  เทวะมนุสสานัง  พุทโธ  ภะคะวาติ.

 

อะหัง สุขิโต โหมิ

ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

 

อะหัง นิททุกโข โหมิ

ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

 

อะหัง อะเวโร โหมิ

ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

 

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ

ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

 

อะหัง อะนีโฆ โหมิ

ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

 

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ

ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ

รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

 

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

 

อัพญาปัชฌา โหนตุ

จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

 

อะนีฆา โหนตุ

จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

 

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ

จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ

 

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า

ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข

 

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า

ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข

 

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า

ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข

 

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง

ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง

ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

 

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ ฯ

 

กายะกัมมัง  วะจีกัมมัง  มะโนกัมมัง  สัญจิจจะกัมมัง

อะสัญจิจะกัมมัง  ขะมันตุ  เม  อะโหสิกัมมัง  ภะวะตุ  เม.

 

กรรมใดใดก็ตามที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินทั้งโดยกาย  วาจา  ใจ

ต่อพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  มารดา บิดา ผู้มีพระคุณ

สรรพสัตว์ทั้งหลาย  ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

ที่ข้าพเจ้าได้เบียดเบียนท่านในทุกภพชาติจนถึงปัจจุบัน

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมในกรรมนั้นทั้งปวง ขอให้ทุกๆท่าน

ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายได้โปรดรับรู้

และยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า

อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้าในทุกภพชาติ

จนถึงปัจจุบัน  ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทุกๆท่านทั้งสิ้น

ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน

ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นกลับมีเมตตาจิต

คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า  เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

 

ข้าพเจ้าขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิษฐาน

ที่ผูกมัดตัวเองและผู้อื่น ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระจากสัญญาทั้งปวง

หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม

ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาต ความพยาบาท

และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่ง

ของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวรทั้งหมดทั้งสิ้น

 

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าพร้อมทั้ง ครอบครัว

ตลอดจนวงศาคณาญาติ ผู้มีอุปการคุณ เพื่อน และบริวารของข้าพเจ้า

จงมีความสุขกาย สุขใจ  มีความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

คิดปฎิบัติแต่สิ่งอันดีสิ่งอันชอบ

ความทุกข์อย่าได้ใกล้ ความเจ็บไข้อย่าได้มี

ขอให้มีความสุขสวัสดีมีชัย ทุกข์ทั้งหลายจงเสื่อมสิ้นหายไป

ปรารถนาสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้ว

 

ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จ

จงพลันสำเร็จ

จงพลันสำเร็จเทอญ ฯ

 

นิพพานัง ปัจจะโย โหตุ

 

อิมินา  ปุญญะกัมเมนะ  ด้วยกุศลผลบุญแห่งข้าพเจ้า

ได้สร้างธรรมทานและสวดมนต์ภาวนาวิปัสสนากรรมฐาน

ตลอดจนบุญกุศลใดใดทั้งหมดที่ข้าพเจ้าได้สร้างสะสมมา

ทุกภพชาติถึงปัจจุบัน ข้าพเจ้าขอน้อมถวายบุญความดีนี้

แด่พระพุทธเจ้า  พระอรหันต์สาวก  พระอริยะบุคคล

และพระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ เพื่อให้เกิดเป็น

“มหาบุญ มหากุศล มหาบารมี” อุดหนุนค้ำชู คุณบิดา มารดา

ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณทุกท่านในทุกภพชาติ ตลอดทั้งเพื่อน บริวาร

สรรพสัตว์สรรพวิญญานทั้งหมด  สรรพเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย

ให้หลุดพ้นจากทุกข์ประสบแต่ความสุขยิ่งๆขึ้นไป

 

และขออุทิศ “มหาบุญ มหากุศล มหาบารมี” นี้

ไปให้ทุกรูป ทุกนาม  ทั้ง 20 ชั้นพรหมโลก 6 ชั้นเทวะโลก

มนุษย์โลก มารโลก  ยมโลก  อบายภูมิทั้ง 4 มีนรก เปรต

อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน  และในหมื่นโลกธาตุ

กับอีกแสนจักรวาลพิภพ  ทุกมิติเวลา  ทั้งที่เป็นมนุษย์

อมนุษย์ รูปวิญญาน อรูปวิญญาน

และสรรพสัตว์ทั้งหลาย  ทั้งที่เป็นมิตร และศัตรู

ผู้มีพระคุณทั้งหมดทั้งสิ้น  ตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้า

ขอให้ทุกรูปทุกนามจงเป็นสุข เป็นสุขเถิด

อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย  อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

ขอให้มีแต่ความเมตตาและมิตรไมตรีต่อกัน

 

ขอให้ทุกผู้ ทุกนาม ทุกสรรพสิ่ง จงร่วมอนุโมทนาในกระแสแห่งบุญนี้

และพึงได้รับประโยชน์ ความสุขเช่นเดียวกันกับที่ข้าพเจ้า

จะพึงได้รับด้วยเทอญฯ ด้วยอำนาจ “มหาบุญ มหากุศล มหาบารมี” นี้

จงเป็นพละปัจจัยนิสัยนำส่ง ให้ข้าพเจ้ามีสติรู้ตัว มีปัญญารู้คิด

มีปฎิภาณไหวพริบเฉียบแหลมว่องไว  พบความสุขความเจริญ

ทั้งทางโลกและทางธรรม พบความสุขความสำเร็จทั้งการงานการเงิน

ครอบครัว ความรัก พ้นจากอุปสรรคและเวรกรรมทั้งปวง

สามารถเข้าถึงธรรม บรรลุมรรคผล นิพพาน

ในภพชาติปัจจุบันโดยเร็วพลันเทอญ

 

โมทนาสาธุ

โมทนาสาธุ

โมทนาสาธุ

———————————————————————————————

” กรรม ” นั้นแก้ไม่ได้

แต่เราเจือจาง ” กรรม ” นั้นได้ด้วย “บุญ ”

**ส่งต่อให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องได้อ่าน แบ่งปันความรู้และบุญกุศล ช่วยส่งเสริมกรรมดีให้เพิ่มพูล**

ขอบคุณข้อมูลจาก facebook page : อัศจรรย์ทันตา-ปาฎิหารย์พระเจ้าทันใจ

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By เพจนี้ มีให้แชร์
Load More In ธรรมะ

Check Also

วีรสตรีไทยที่ทั้งโลกต่างนับถือ….แต่คนไทยไม่เคยรู้ แม้แต่ “บิวเกตส์” ยังทำคลิปยกย่อง

เมื่อสักประมาณ 9 ปีที่แล้ว ไทยมีปัญหากับอเมริกาเรื่องสิ … …