Home สาระน่ารู้ ชนะความจน ด้วยการทำบัญชีครัวเรือน เรื่องที่ดูเล็กแต่สำคัญมาก

ชนะความจน ด้วยการทำบัญชีครัวเรือน เรื่องที่ดูเล็กแต่สำคัญมาก

8 second read
0
0
680

เมื่อเราเริ่มมีรายได้ เราก็ต้องเริ่มมองหาสิ่งที่ต้องการเพื่ออนาคตเช่น บ้าน รถ ที่ดิน เงินการศึกษาลูกในอนาคต เงินแต่งงาน และวิธีที่หลายคนทำคือการฝากเงินที่เหลือจากการใช้แต่ละเดือนเข้าธนาคารอย่างเดียว โดยไม่รู้เลยว่าเงินที่เราใช้จ่ายแต่ละเดือนเป็นจำนวนเท่าไหร่ เราเก็บเงินได้แค่ไหนต่อปี แล้วเราจะสามารถซื้อสิ่งที่หวังเพื่ออนาคตได้เมื่อไหร่ เพราะฉนั้นเพื่อให้เราได้ไปถึงเป้าหมาย เราจึงต้องมีการวางแผนเพื่อให้การเก็บเงินมีประสิทธิภาพ สร้างวินัยในการใช้เงินให้กับตัวเอง การทำบัญชีครัวเรือน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับคนที่กำลังวางแผนเพื่ออนาคต

การทำบัญชี คือ การจดบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขปัจจัยในการดำรงชีวิตของตัวเอง และภายในครอบครัว   ชุมชน รวมถึงประเทศ  ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกจะเป็นตัวบ่งชี้อดีต ปัจจุบันและอนาคตของชีวิตของตัวเอง สามารถนำข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ในครอบครัวในประเทศได้

การทำบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจำวันของครัวเรือน และสามารถนำข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดการออม การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ดังนั้นการทำบัญชีชีครัวเรือนมีความสำคัญดังนี้

1.ทำให้ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจ่าย หนี้สิน และเงินคงเหลือในแต่ละวัน

รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากธนาคาร หรือจากเงินให้กู้ยืมรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ เป็นต้น

รายจ่าย หรือ ค่าใช้จ่าย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่จ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งตอบแทนกลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค) ค่าน้ำมัน ค่าหนังสือตำรา เป็นต้น หรือรายจ่าย อาจไม่ได้รับสิ่งตอบแทนคือสินค้าหรือบริการก็ได้ เช่นเงินบริจาคเพื่อการกุศล เงินทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น

หนี้สิน คือ ภาระผูกพันที่ต้องชดใช้คืนในอนาคต การชดใช้อาจจ่ายเป็นเงินหรือของมีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองมีอยู่  หนี้สินเป็นเงินหรือสิ่งของที่มีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจากบุคคลหรือแหล่งเงินภายนอก เช่น การกู้ยืมเงินจากเพื่อนบ้าน  การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซื้อสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อ การซื้อสินทรัพย์เป็นเงินผ่อนชำระ หรือการเช่าซื้อเป็นต้น

เงินคงเหลือ คือ เงิน หรือ ทรัพย์สินที่วัดมูลค่าได้ หลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏรายรับมากกว่ารายจ่ายจะทำให้มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกว่า กำไร แต่หากหลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับจะทำให้เงินคงเหลือติดลบหรือทางบัญชีเรียกว่าขาดทุนนั่นเอง

2.นำข้อมูลการใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมาจัดเรียงลำดับความสำคัญของรายจ่าย และวางแผนการใช้จ่ายเงิน

โดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดที่มีความสำคัญมาก และรายจ่ายใดไม่จำเป็นให้ตัดออก เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์สำหรับใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นในอนาคต

ข้อควรระวังในการจัดทำบัญชีครัวเรือน คือ ต้องลงบันทึกบัญชีทุกรายการ หรือ อย่าลืมบันทึกบัญชี เพราะจะทำให้ตัวเลขบิดเบือนไม่ถูกต้อง หากขาดความต่อเนื่องในการบันทึก จะส่งผลให้ไม่อยากบันทึก ส่วนข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่งคือ การเขียนชื่อรายการผิด  การบันทึกตัวเลขผิด การบวกหรือการลบจำนวนเงินผิดอาจเกิดจากการลืมจดบันทึกรายการบัญชี หรือบันทึกรายการซ้ำๆ กันหลายรายการ

ปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการคำนวณจำนวนเงิน กระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชีกับยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมีอยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สำหรับใช้จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีเท่ากับยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคารแสดงว่าการจัดทำบัญชีถูกต้อง แต่หากกระทบยอดแล้วยอดเงินทั้งสองไม่เท่ากันอาจเกิดจากการบันทึกบัญชีผิดพลาด หรือเงินสดของครอบครัวสูญหาย

จดบันทึกสำคัญกับการวางแผนเพื่ออนาคตอย่างไร

การวางแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมระหว่างรายรับและรายจ่าย ครอบครัวต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย หากพบว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่าย ต้องหาแนวทางนำเงินมาใช้จ่ายให้เพียงพอ   โดยอาจต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่าย แต่การกู้ยืมเงินไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพียงแต่ช่วยให้การใช้จ่ายมีสภาพคล่องชั่วขณะเท่านั้น  และในระยะยาวยังส่งผลให้ครอบครัวมีภาระหนี้สินจำนวนมาทั้งเงินต้น  และดอกเบี้ยซึ่งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น  ตามระยะเวลาที่ยาวนานในการกู้ยืมเงิน เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก สำหรับการแก้ไข

ปัญหาการขาดสภาพคล่องในการใช้จ่ายเงิน หรือ ปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายนั้นมีแนวทางดังนี้

  1. การตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจากครอบครัว เช่น รายจ่ายเกี่ยวกับการพนัน  สิ่งเสพติดของมึนเมา รายจ่ายฟุ่มเฟือย เป็นต้น เป็นการสร้างนิสัยมิให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
  2. การลดรายจ่ายที่จำเป็นลง  เพื่อสร้างนิสัยการประหยัด  อดออม  การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างคุ้มค่า เช่น  การปลูกผัก  ผลไม้ไว้รับประทานเอง  เพื่อช่วยลดค่าอาหาร  และค่าเดินทางไปตลาด  อีกทั้งทำให้สุขภาพดีอีกด้วย ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแล้วหันมาออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน หรือ การเดิน การวิ่งแทนการขับรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์  เป็นต้น
  3. การเพิ่มรายรับ  หารายได้เสริมนอกเวลาทำงานปกติ  เช่น  การใช้เวลาว่างรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลูกผักหรือเลี้ยงสัตว์ไว้ขาย เป็นต้น
  4. การทำความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด  รู้จักอดออม การใช้ทรัพยากรต่างๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือสิ่งที่ไม่จำเป็น และช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับเศรษฐกิจปัจจุบัน
ตัวอย่างการทำบัญชีครัวเรือน

เมื่อมีการออมเงิน การนำไปฝากธนาคารอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ได้ในระยะยาวต่ำมากหากฝากเงินไว้ในธนาคารอย่างเดียว เพราะฉนั้นเราต้องรู้จักแบ่งเงินออกเป็นกองเพื่อลงทุนหรือเพิ่มมูลค่าให้กับมัน ในเมื่อเราทำบัญชีครัวเรือนแล้ว เราจะพอเข้าใจคร่าวๆ ว่า ในแต่ละเดือนเราจะมีรายจ่ายเท่าไหร่ เหลือเงินเก็บเท่าไหร่ ซึ่งเราจะทำเงินเก็บส่วนนี้มาบริหาร

“อย่าเอาไข่ใส่ไว้ใน ตะกร้าเดียวกัน เวลาตะกร้าหล่น ไข่จะแตกหมดทั้งตะกร้า”

การบริหารเงินก็เช่นกัน เราต้องรู้จักที่จะแบ่งเงินออกเป็นกองย่อยๆ เพื่อบริหาร หรือต่อยอดให้เงินนั้นงอกเงย เช่น หากเรานำไปลงกับหุ้นหรือกองทุนจนหมด แล้วผลประกอบการไม่ดีอาจจะทำให้เราขาดทุน และไม่สามารถกระจายความเสี่ยงได้ ลองเปลี่ยนเป็นการ เอาเงินออมที่เก็บได้แต่ละเดือน แบ่งเป็นเงินเก็บออมฝากเข้าธนาคาร 80% ลงกองทุน 20% หรืออาจจะเป็น ฝากธนาคาร 40% กองทุน 30% เล่นหุ้นต่างๆ อีก 30% เป็นต้น แล้วแต่การรับความเสี่ยงแต่ละคนที่รับได้ อย่าลืมด้วยละ อย่างน้อยต้องมีเงินเก็บ 2-3 เท่าของเงินเดือน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินต้องเข้าโรงพยาบาล เป็นต้น

รูปจาก https://change2usuccess.files.wordpress.com/2015/04/6-jars-of-money.png

สุดท้ายนี้อยากฝากให้ทุกคนรู้ไว้ว่า “การออมเงินสำคัญ แต่การบริหารเงินสำคัญกว่า” ช่วยสร้างระเบียบวินัยในการใช้จ่ายเงิน หรือจะนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ก็ไม่เสียหาย ใช้เท่าที่มีแบ่งเก็บ แบ่งใช้ประจำวัน แบ่งไว้เที่ยว ทำให้เป็นระเบียบ รับรองเงินมีเหลือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่ขัดสนแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลการทำบัญชีครัวเรือนจาก : คุณยุ้ย – อัมพิกา (หาญพานิช) ศิริสุวัฒน์

เรียบเรียงโดย : outcaststyle.com

Facebook Comments
Load More Related Articles
Load More By เพจนี้ มีให้แชร์
Load More In สาระน่ารู้

Check Also

วีรสตรีไทยที่ทั้งโลกต่างนับถือ….แต่คนไทยไม่เคยรู้ แม้แต่ “บิวเกตส์” ยังทำคลิปยกย่อง

เมื่อสักประมาณ 9 ปีที่แล้ว ไทยมีปัญหากับอเมริกาเรื่องสิ … …